สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 21
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 41
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 1,981,583
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
26 สิงหาคม 2562
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
    
10 
11  12  13  14  15  16  17 
18  19  20  21  22  23  24 
25  26  27  28  29  30  31 
             
  ทัวร์อินเดีย, ทัวร์เนปาล, ทัวร์ภูฏาน
[ +zoom ]
อินเดีย เนปาล เที่ยวฟิน อิ่มบุญครบสูตร
Print
รหัสสินค้า : FTEC-VNS 6E01C-อินเดีย-เนปาล เที่ยวฟิน อิ่มบุญ ครบสูตร 4 สังเว 7 วัน 6 คืน พักคยา 2 คืน
ราคา : 19,900.00 บาท
[20 พฤษภาคม 2562 15:00 น.] (จำนวนผู้เข้าชม 82)

สนามบินสุวรรณภูมิ – พาราณาสี - เมืองคยา – บ้านนางสุชาดา - แม่น้ำเนรัญชรา - วัดญี่ปุ่น - วัดภูฏาน - วัดทิเบต - วัดไทยพุทธคยา - มหาเจดีย์พุทธคยา - ต้นพระศรีมหาโพธิ์-คยา-เมืองราชคฤห์-เขาคิชฌกูฏ-วัดเวฬุวัน-มหาวิทยาลัยนาลันทา-พระพุทธรูปองค์ดำ-นาลันทา-เมืองเวสาลี-วัดป่ามหาวัน-เมืองกุสินารา-มกุฎพันธนเจดีย์-พระสถูปปรินิพพาน-เนปาล-ลุมพินี-สวนลุมพินีวัน – เสาหินพระเจ้าอโศกมหาราช – วิหารมายาเทวี – เมืองพาราณสี-ล่องแม่น้ำคงคา-สารนาถ-ธัมเมกขสถูป ป่าอิสิปตนมฤคทาวัน - เจาคนธีสถูป-พิพิธภัณฑ์สารนาถ-กทมฯ


กำหนดการเดินทาง : พฤษภาคม-สิงหาคม 2562
อินเดีย เนปาล เที่ยวฟิน อิ่มบุญครบสูตร
สังเวชนียสถาน 4 ตำบล สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา ปรินิพพาน
เขาคิชกุฎ นาสันทา พระองค์ดำ
พระวิทยากรมบรรยาย นำสวดมนต์ นั่งสมาธิ
 
วันแรก  สนามบินสุวรรณภูมิ – พาราณาสี - คยา                      
05.30 น.          คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณผู้โดยสารขาออก อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์เช็คอินสายการบิน Indigo (6E) เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกในการเช็คอินรับบัตรโดยสาร (แนะนำให้โหลดของที่ไม่จำเป็นลงใต้ท้องเครื่องเนื่องจากเจ้าหน้าที่อินเดียตรวจอย่างเข้มงวด
**หมายเหตุ** เคาน์เตอร์เช็คอินจะปิดบริการก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อย 60 นาที และผู้โดยสารพร้อม ณ ประตูขึ้นเครื่องก่อนเวลาเครื่องออก 30 นาที
08.50 น.          บินลัดฟ้าสู่ เมืองพาราณาสี ประเทศอินเดีย โดยสายการบิน Indigo เที่ยวบินที่ 6E 98 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 20 นาที (ไม่มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
11.10 น.          เดินทางถึง สนามบินเมืองพาราณาสี ประเทศอินเดีย (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 1.30 ช.ม.กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเป็นเวลาท้องถิ่นเพื่อสะดวกในการนัดหมาย) หลังผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว
เที่ยง               äบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หรือ ห้องอาหารในโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคยา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) ให้ทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
ค่ำ                 äบริการอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของโรงแรม
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าที่พัก Bodhagaya Regency Hotel ระดับ4*หรือเทียบเท่า
 
วันที่สอง           เมืองคยา – บ้านนางสุชาดา - แม่น้ำเนรัญชรา - วัดญี่ปุ่น - วัดภูฏาน - วัดทิเบต - วัดไทยพุทธคยา - มหาเจดีย์พุทธคยา -    ต้นพระศรีมหาโพธิ์
 
เช้า                äบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
                    จากนั้นนำท่าน เดินทางสู่ บ้านนางสุชาดา เป็นธิดาของ เสนียะ ( เสนานิกุฏุมพี) ผู้มีทรัพย์ซึ่งเป็นนายใหญ่แห่งชาวบ้านเสนานิคม ตำบลอุรุเวลา เมื่ออายุย่างเข้าสู่วัยสาวนางได้ทำพิธีบวงสรวงต่อเทพยดาที่สิงสถิต ณ ต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่งใกล้บ้านของนาง โดยได้ตั้งปณิธานความปรารถนาไว้ 2 ประการ คือ
                    1.ขอให้ข้าพเจ้าได้สามีที่มีบุญ มีทรัพย์สมบัติ และมีชาติสกุลเสมอกัน
                    2.ขอให้ข้าพเจ้ามีบุตรคนแรกเป็นชาย
                    เมื่อความปรารถนาสำเร็จสมบูรณ์ นางได้ทำพลีกรรมบวงสรวงสังเวยเทพยดาด้วยข้าวมธุปายาส ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖
                    นำท่านชมวิว ริมสองฝั่ง แม่น้ำเนรัญชรา แม่น้ำสำคัญในพุทธประวัติ ชาวบ้านแถบนั้นเรียกว่า “ลิลาจัน” มาจากคำสันสกฤตว่า “ไนยรัญจนะ” แปลว่า แม่น้ำที่มีสีใสสะอาด แม่น้ำทั้งสายกว้างราว ๑ กิโลเมตร ในสมัยพุทธกาล แม่น้ำเนรัญชราไหลผ่านแคว้นมคธ ณ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ซึ่งตั้งอยู่บนลุ่มแม่น้ำเนรัญชรา อันเป็นภูมิสถานที่สงบน่ารื่นรมย์ พระมหาบุรุษทรงเลือกที่แห่งนี้เป็นที่บำเพ็ญเพียร ทรงประทับอยู่ ณ ที่นี้ นานถึง ๖ ปี พระมหาบุรุษทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาและเปลี่ยนมาทรงดำเนินในมัชฌิมาปฏิปทา จนได้ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ ณ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชราแห่งนี้
                    จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพุทธญี่ปุ่น ซึ่งมีหลวงพ่อองค์โตไดบุสซึและพระอรหันต์ที่วัดญี่ปุ่น องค์พระพุทธรูปสร้างจากหินทราย  วัดพุทธภูฏาน สร้างขึ้นเมื่อปี 2526 ชาวภูฏานนับถือพระพุทธศานา นิกายนิงมะหมวกดำ มีพระเจ้าแผ่นดินเป็นประธานพุทธบริษัท ถือเป็นชาติที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก โดดเด่นด้วยประติมากรรมปูนปั้นสามมิติ แสดงพุทธประวัติองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งแต่ประสูตจากครรภ์พระมารดา , ออกผนวชแสวงหาหนทางแห่งการดับทุกข์ , ผจญหมู่มารก่อนการตรัสรู้ , รับข้าวมธุปายาสจากนางสุชาดา , ตรัสรู้ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และเสด็จดับขันธปรินิพพาน ซึ่งถือเป็นวัดแห่งเดียวในพุทธยาที่มีศิลปะปูนปั้นสามมิติงดงามเช่นนี้ วัดพุทธทิเบต ด้านหน้าวัดประดับธงนิกายมหายาน พระวิหารงดงามด้วยสถาปัตยกรรมเช่นเดียวกับวัดที่ธิเบต  ส่วนพระประทานภายในวิหาร จำลองแบบมาจากพระพุทธเมตตาภายในมหาโพธิ์เจดีย์  ด้านข้างมีรูปปั้นพระพุทธเจ้านับร้อยองค์ เรียงรายอยู่ทั้งสองฝั่ง  ผนังพระวิหารประดับด้วยภาพวาดพุทธประวัติตั้งแต่ประสูต ตรัสรู้ และปรินิพพาน และนำท่านชม วัดไทยพุทธคยา เป็นวัดไทยแห่งแรกในประเทศอินเดีย เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 มีเนื้อที่ราว 12 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณพุทธคยา อยู่ห่างจากองค์เจดีย์พุทธคยาประมาณ 500 เมตร เป็นวัดที่อยู่ในความดูแลและอุปถัมภ์ของรัฐบาลไทย พระอุโบสถของวัดไทยพุทธคยาจำลองแบบมาจากวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมของสมัยรัตนโกสินทร์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งการจำลองแบบจนดูเหมือนนี้ไม่ใช่เฉพาะภายนอก แต่ยังมีภายในที่เหมือนกันด้วย เช่น องค์พระประธานที่เป็นพระพุทธชินราช แกลประตู แกลหน้าต่าง เป็นต้น 
เที่ยง               äบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หรือ ห้องอาหารในโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ มหาเจดีย์พุทธคยา เจดีย์พุทธคยาหรือพระมหาโพธิ์เจดีย์ คืออนุสรณ์สถานแห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีลักษณะเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมทรงสูง เป็นสถาปัตยกรรมและศิลปะแบบอินเดีย สูงประมาณ 170 ฟุต แบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นแรกประดิษฐานพระพุทธเมตตา พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะปาละ เป็นพระพุทธรูปใหญ่หนึ่งเดียวในเจดีย์ที่ไม่ถูกทำลายจากกษัตริย์ชาวฮินดูในสมัยที่มีการกวาดล้างพระพุทธศาสนาในอินเดีย ส่วนชั้นที่ 2 ประดิษฐานพระพุทธปฏิมาปางประทานพร บริเวณโดยรอบเจดีย์มีเจดีย์บริวารล้อมอยู่ทั้ง 4 ทิศ เดิมเจดีย์พุทธคยาเป็นวิหารขนาดไม่ใหญ่นัก ต่อมาในปี พ.ศ.674 พระเจ้าหุวิชกะทรงบูรณะเพิ่มเติมให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม ในปัจจุบันเจดีย์พุทธคยาถือเป็นแลนด์มาร์คของกลุ่มพุทธสถานพุทธคยา  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ด้านหลังมหาเจดีย์ ท่านจะพบกับ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ คือต้นโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าประทับในช่วงเวลาตรัสรู้ เป็นพันธุ์ไม้ที่เป็นที่เคารพนับถือของพุทธศาสนิกชนมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ต้นพระศรีมหาโพธิ์มีทั้งหมด 4 ต้น
-ต้นแรกคือต้นที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ซึ่งตายลงในสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช
-ต้นที่สองคือต้นที่แตกหน่อออกมาจากต้นแรกและได้ถูกทำลายลงในสมัยพระเจ้าสาสังการ กษัตริย์ฮินดู
-ต้นที่สามคือต้นที่แตกหน่อออกมาจากต้นแรกและได้ตายลงเพราะขาดการบำรุงดูแล เนื่องจากเป็นช่วงพระพุทธศาสนาในประเทศอินเดียเสื่อมโทรม
-ต้นที่ 4 คือต้นศรีมหาโพธิ์ต้นปัจจุบันที่แตกหน่อมาจากต้นที่ 3 ได้รับการบำรุงดูแลหน่อโดยเซอร์คันนิงแฮม หัวหน้าคณะสำรวจพุทธศาสนสถานในช่วงที่อินเดียเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ปัจจุบันมีอายุ 138 ปี
ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นที่ประดิษฐานของพระแท่นวัชรอาสน์ พระแท่นที่พระเจ้าอโศกมหาราชทรงสร้างขึ้นเพื่อบูชาสถานที่บำเพ็ญเพียรของพระพุทธเจ้า ตัวแท่นทำจากทองมีความยาว 7 ฟุต สลักเป็นรูปเพชร พญาหงส์ และดอกมณฑารพสลับกัน พระและพุทธศาสนิกชนนิยมไปสักการะ สวดมนต์ หรือนั่งทำสมาธิอยู่รอบๆ บริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์และพระแท่นวัชรอาสน์แห่งนี้
ค่ำ                 äบริการอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของโรงแรม
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าที่พัก Bodhagaya Regency Hotel ระดับ 4*หรือเทียบเท่า
 
วันที่สาม           คยา-เมืองราชคฤห์-เขาคิชฌกูฏ-วัดเวฬุวัน-มหาวิทยาลัยนาลันทา-พระพุทธรูปองค์ดำ
เช้า                äบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองราชคฤห์ นครหลวงแห่งแคว้นมคธ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชัวโมง) นำท่านเดินทางขึ้น เขาคิชญกูฏ หนึ่งในเบญจคีรี ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม นมัสการ ถ้ำพระโมคคัลลา ชม ถ้ำพระสารีบุตร สถานที่ที่พระสารีบุตรสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ชม กุฏีของพระอานนท์ นมัสการ มูลคันธกุฏี สถานที่ประทับของพระพุทธเจ้า ไหว้พระสวดมนต์ที่ยอดเขาคิชกูฎ จากนั้นนำท่านชม วัดชีวกัมพวัน โรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกของโลกและนำท่านเดินทางสู่ วัดเวฬุวนารามมหาสังฆยิกาวาส (วัดเวฬุวัน) วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา และเป็นสถานที่แสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระอริยสงฆ์ 1,250 องค์ มีสถูปที่บรรจุพระอัฐิธาตุของพระโมคคัลลานะและพระอัญญาโกญฑัญญะ
เที่ยง               äบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หรือ ห้องอาหารในโรงแรม
บ่าย                จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ มหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นศูนย์การศึกษาในสมัยพุทธกาล ต่อมาในปีพ.ศ. 1742 กองทัพมุสลิมเติรกส์ได้ยกทัพมารุกรานรบชนะกษัตริย์แห่งชมพูทวีปฝ่ายเหนือ กองทัพมุสลิมเติรกส์ได้เผาผลาญทำลายวัดและปูชนียสถานในพุทธศาสนาลงแทบทั้งหมด และสังหารผู้ที่ไม่ยอมเปลี่ยนศาสนา นาลันทามหาวิหารก็ถูกเผาผลาญทำลายลงในช่วงระยะเวลานั้น ว่ากันว่าไฟที่ลุกโชนเผานาลันทานานถึง 3 เดือนกว่าจะเผานาลันทาได้หมด จากนั้นนำท่านเดินทางไปนมัสการ พระพุทธรูปองค์ดำ เป็นพรพุทธรูปโบราณที่แกะสลักจากหินสีดำ หน้าตักกว้าง ๖๐ นิ้ว พระเกตุทรงดอกบัวตูม ปางสมาธิ องคุลีของพระหัตถ์ขวาทั้งหมดชี้ลงธรณี แม้พระนาสิกจะหักบิ่นไป  แต่ก็ยังทรงความงดงามอยู่มิได้จืดจาง เหลือรอดจากการถูกทุบทำลายจากคนศาสนาอื่น และยังมีสภาพที่ค่อนข้างมบูรณ์  มีคำบอกเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปองค์นี้ว่าเริ่มจากชาวบ้านอินเดีย การบนบานศาลกล่าวขอพรจากพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาวอินเดียนั้น เป็นไปในลักษณะเดียวกับคนไทย เวลาลูกไม่สบาย ก็พากันเอาน้ำมันเนยมาทาที่องค์ท่านก่อน แล้วลูบเอาน้ำมันเนยนั้นกลับมาทาตัวลูก ทำให้ลูกหายเจ็บป่วย หายงอแง กินข้าวได้ อ้วนท้วนสมบูรณ์ จนหลายคนขนานนามท่านว่า หลวงพ่อน้ำมัน
ค่ำ                 äบริการอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของโรงแรม
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าที่พัก Nalanda Regency Hotel ระดับ 4*หรือเทียบเท่า
 
 
วันที่สี่             นาลันทา-เมืองเวสาลี-วัดป่ามหาวัน-เมืองกุสินารา
เช้า                äบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
                    นำท่านเดินทางสู่ เมืองเวสาลี  คืออาณาจักรหนึ่งของวัชชี หนึ่งใน 16 แคว้น ของชมพูทวีป เรียกกันหลายชื่อว่า ไวสาลี ไพสาลี หรือเวสาลี  เนื่องจากในครั้งนั้นกรุงเวสาวีเกิดฝนแห้ง ข้าวกล้าตายเพราะถูกแดดเผาคนยากจนอดตาย ศพเกลื่อนกลาดทั่วพระนคร อมนุษย์ได้กลิ่นซากศพก็พากันเข้ามาในพระนครผู้คนตายเพิ่มขึ้น เหล่าเจ้าลิจฉวีได้ยินมาว่าพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นทรงแสดงธรรมเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ปวงสัตว์ทรงมีอานุภาพมาก หากพระงค์ทรงเสด็จมาโปรด ภัยทุกอย่างก็จักสงบไปจึงส่งเจ้าลิจฉวี ชื่อ มหาลิ ซึ่งเป้นผู้ทีพระเจ้าพิมพิสารโปรดปรานและอำมาตย์ผุ้หนึ่งเดินทางไปขอร้องพระเจ้าพิมพิสารให้กราบทูลอาราธนาพระพุทธองค์เสด็จไปกรุงเวสาลี  พระบรมศาสดาทรงพิจารณา หากได้ตรัสรัตนสูตรในกรุงเวสาลีนอกจากความเดือดร้อนจักสงบลงมหาชนชาววัชชีเมื่อได้ฟังพระสูตรนี้แล้วจักได้บรรลุมมรรคผล จำนวนมากจึงทรงรำคำกราบทูลเชิญของพวกเจ้าลิจฉวี
เที่ยง               äบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หรือ ห้องอาหารในโรงแรม
บ่าย                จากนั้นนำท่านเที่ยวชม วัดป่ามหาวัน อารามที่กษัตริย์ลิจฉวีสร้างถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งอยู่ในป่ามหาวันทางเหนือของอาณาจักรวัชชีในป่าหิมาลัยและพระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ในพรรษาที่ 5 ชมเสาอโศกที่มีรูปสิงห์อยู่ในลักษณะนั่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกที่สมบูรณ์ที่สุด ปัจจุบันเหลือเพียงซากโบราณสถานที่ประกอบไปด้วยสังฆาราม ห้องพัก ห้องประชุม นำท่านเดินทางสู่ เมืองกุสินารา เป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถานแห่งที่ 4 ในสมัยพุทธกาลเป็นเมืองเอกหนึ่งในสองของแคว้นมัลละ อยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำคู่กับเมือง ปาวา เป็นที่ตั้งของ สาลวโนทยาน หรือป่าไม้สาละที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานและเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า      
ค่ำ                 äบริการอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของโรงแรม
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าที่พัก Om Residency Hotel ระดับ 4*หรือเทียบเท่า
 
วันที่ห้า            มกุฎพันธนเจดีย์-พระสถูปปรินิพพาน-เนปาล-ลุมพินี
เช้า                äบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ มกุฏพันธนเจดีย์ ตั้งอยู่ห่างจาก มหาปรินิพพานสถูป ไปทางทิศตะวันออก ๑ กิโลเมตร คนท้องถิ่นเรียกว่า “รามภาร์-กา-ดีลา” หรือ รัมภาร์สถูป เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า เดิมทีเป็นเชิงตะกอนไม้จันทร์หอม หลังจากที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระแล้วก็ได้สร้างพระสถูปครอบลง ต่อมาก็ได้ถูกรุกรานทำลายเหลือแต่ซากปรักหักพัง ภายหลังได้ถูกขุดค้นพบเป็นซากกองอิฐพระสถูปขนาดใหญ่ดังที่เห็นในปัจจุบัน พระสถูปนี้วัดโดยรอบฐานได้ ๔๖.๑๔ เมตร และขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๓๗.๑๘ เมตร ทั้งนี้ ตามหลักฐานก็เป็นที่ชัดเจนว่านั่นคือสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระหรือมกุฏพันธนเจดีย์ตามที่ชาวพุทธเรียกชื่อกัน ปัจจุบันรัฐบาลอินเดียได้เข้ามาบูรณะซ่อมแซมไว้อย่างดีนำท่านเดินทางไปกราบสักการะ มหาปรินิพพานสถูป ซึ่งเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานภายใต้ต้นสาละคู่ เป็นพุทธสถานที่พระพุทธเจ้าประทานการบวชให้สาวกองค์สุดท้าย และยังเป็นที่ตรัสเทศนาปัจฉิมโอวาทสุดยอดแห่งพระธรรมคำสอนคือความไม่ประมาท ชม มหาปรินิพพานวิหาร หรือวิหารพุทธไสยาสน์ ตั้งอยู่ด้านหน้าบนฐานเดียวกันกับมหาปรินิพพานสถูป มีบันไดอิฐสูงขึ้นไปบนเนิน ภายในประดิษฐาน “พระพุทธรูปปางปรินิพพาน” อยู่บนพระแท่นทำด้วยหินทรายแดงหรือเรียกว่า จุณศิลา องค์พระพุทธรูปยาว ๒๓ ฟุต ๙ นิ้ว (ราว ๗ เมตร) กว้าง ๕ ฟุต ๖ นิ้ว สูง ๒ ฟุต ๑ นิ้ว ศิลปะมถุรา มีอายุมากกว่า ๑,๕๐๐ ปี ที่พระแท่นมีรูปสลักของสุภัททปริพาชกกำลังเข้าไปขอบวช และมีรูปสลักพระอนุรุทธะและพระอานนท์อยู่ด้วย พระพุทธรูปองค์นี้เป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธองค์ที่กำลังเสด็จดับขันธปรินิพพาน ประทับนอนบรรทมตะแคงขวา โดยหันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันตก และมีซากศาสนสถานโบราณโดยรอบมากมาย ในจารึกระบุผู้จัดสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ คือ หริพละสวามี นายช่างผู้แกะสลักชื่อ ธรรมทินนา เป็นชาวเมืองมถุรา ในปัจจุบันพระพุทธรูปองค์นี้ถือได้ว่าเป็นจุดหมายสำคัญที่ชาวพุทธจะมาสักการะ เพราะเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะอันพิเศษคือเหมือนคนนอนหลับธรรมดา แสดงให้เห็นว่าพระพุทธองค์ได้เสด็จดับขันธปรินิพพานจากไปอย่างผู้หมดกังวลในโลกทั้งปวง
เที่ยง               äบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หรือ ห้องอาหารในโรงแรม
บ่าย                ออกเดินทางสู่ เมืองลุมพินีวัน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง)ตั้งอยู่ในเขตประเทศเนปาล ผ่าน เมืองโครักข์ปูร์และผ่านเมืองชายแดนโสเนาวลีของอินเดียเข้าสู่เมืองสิทธารัตถะของเนปาลเป็นสถานที่ซึ่งตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ  เดินทางถึงพรมแดนอินเดีย-เนปาล ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นจึงเดินทางต่อเข้าสู่ เมืองสิทธารัตถะ
ค่ำ                 äบริการอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของโรงแรม
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าที่พัก Nansc Hotel ระดับ3*หรือเทียบเท่า
 
วันที่หก            สวนลุมพินีวัน – เสาหินพระเจ้าอโศกมหาราช – วิหารมายาเทวี – เมืองพาราณสี
เช้า                äบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำทุกท่านเดินทางสู่ สวนลุมพินีวัน เป็นพุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญแห่งที่ 1 ใน 4 สังเวชนียสถานของชาวพุทธ เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาตรัสรู้เป็นพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งอยู่ที่อำเภอไภรวา แคว้นอูธ ประเทศเนปาล เป็นพุทธสังเวชนียสถาน 4 ตำบลเพียงแห่งเดียวที่อยู่นอกประเทศอินเดีย ลุมพินีวัน เดิมเป็นสวนป่าสาธารณะหรือวโนทยานที่ร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อน ในสมัยพุทธกาลลุมพินีวันตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเมืองกบิลพัสดุ์กับเมืองเทวทหะ ในแคว้นสักกะ บนฝั่งแม่น้ำโรหิณี หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว พระเจ้าอโศกมหาราชได้โปรดให้สร้างเสาหินขนาดใหญ่มาปักไว้ตรงบริเวณที่ประสูติ เรียกว่า เสาอโศก ที่จารึกข้อความเป็นอักษรพราหมีว่าพระพุทธเจ้าประสูติที่ตรงนี้ ปัจจุบัน ลุมพินีวันได้รับการบูรณะและมีถาวรวัตถุสำคัญที่ชาวพุทธนิยมไปสักการะ คือ "เสาหินพระเจ้าอโศกมหาราช" ที่ระบุว่าสถานที่นี้เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ นอกจากนี้ ยังมี "วิหารมายาเทวี" ภายในประดิษฐานภาพหินแกะสลักพระรูปพระนางสิริมหามายาประสูติพระราชโอรส โดยเป็นวิหารเก่ามีอายุร่วมสมัยกับเสาหินพระเจ้าอโศก ปัจจุบัน ทางการเนปาลได้สร้างวิหารใหม่ทับวิหารมายาเทวีหลังเก่า และได้ขุดค้นพบศิลาจารึกรูปคล้ายรอยเท้า สันนิษฐานว่าเป็นจารึกรอยเท้าก้าวที่เจ็ดของเจ้าชายสิทธัตถะที่ทรงดำเนินได้เจ็ดก้าวในวันประสูติ
เที่ยง               äบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หรือ ห้องอาหารในโรงแรม
                    จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองพาราณสี เป็นเมืองหลวงของแคว้นกาสี (Kingdom of Kashi) ในสมัยพุทธกาล ปัจจุบันตั้งอยู่ในรัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย ห่างจากลัคเนาซึ่งเป็นเมืองหลวงของอุตตรประเทศเป็นระยะทาง 320 กิโลเมตร พาราณสีมีแม่น้ำคงคาไหลผ่าน เป็นเมืองที่ศักดิสิทธิ์ที่สุดหนึ่งในเจ็ดเมืองศักดิสิทธิ์ (สัปดาปุริ, Sapta Puri) ในความเชื่อของศาสนาฮินดูและศาสนาเชน พาราณสีมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 4,000 ปี เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศอินเดียและยังจัดเป็นเมืองที่มีผู้อยู่อาศัยต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์โลกด้วย[3] ถือว่าเป็นสุทธาวาสที่สถิตแห่งศิวเทพ ถือว่าเป็นเมืองอมตะของอินเดียและเป็นที่แสวงบุญทั้งของชาวฮินดูและชาวพุทธทั่วโลก ครั้งสมัยอาณานิคม เมืองนี้มีชื่อว่า เบนาเรส (Benares)
ค่ำ                 äบริการอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของโรงแรม
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าที่พัก City Inn Hotel ระดับ3*หรือเทียบเท่า
 
วันที่เจ็ด           ล่องแม่น้ำคงคา-สารนาถ-ธัมเมกขสถูป ป่าอิสิปตนมฤคทาวัน - เจาคนธีสถูป-พิพิธภัณฑ์สารนาถ-กทมฯ
 
เช้ามืด                       นำท่าน ล่องเรือแม่น้ำคงคา ซึ่งชาวฮินดูเชื่อถือว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลมาจากมวยผมขององค์พระศิวะ (แม่น้ำนี้ไหลมาจากที่ราบสูงทิเบตเทือกเขาหิมาลัย ประเทศจีนและเนปาล) ให้ทุกท่านได้ ลอยกระทงแม่น้ำคงคา ชม สถานที่การเผาศพ ของชาวฮินดูที่สืบทอดกันมาอย่างช้านาน
เช้า                äบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองสารนาถ นำท่านสวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิ ที่ ธัมเมกขสถูป ป่าอิสิปตนมฤคทาวัน เป็นพุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ 3 สถานที่แสดงปฐมเทศนาธรรมจักกัปปวัตนสูตร โปรดเบญจวัคคีย์ทั้งห้า ในสมัยพุทธกาลเป็นสถานที่สงบและเป็นที่ชุมนุมของเหล่าฤษี นักบวชและนักพรตต่าง ๆ ที่มาบำเพ็ญตบะและโยคะเพื่อเข้าถึงพรหมัน (ตามความเชื่อของพรามหณ์) ทำให้ปัจจวัคคีย์ที่ปลีกตัวมาจากเจ้าชายสิทธัตถะมาบำเพ็ญตบะที่นี่ จากนั้นนำท่านชม เจาคันธีสถูป เป็นสถานที่ซึ่งพระพุทธองค์ทรงพบกับปัญจวัคคีย์ ณ สถานที่แห่งนี้เมื่อพระพุทธองค์ทรงเสด็จมาถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวันแล้ว ปัญจวัคคีย์ เมื่อเห็นพระพุทธองค์เสด็จมาแต่ไกล จึงทำสัญญากันว่า จะไม่ลุกรับ จะไม่ต้อนรับ แต่เมื่อพระองค์เสด็จมาถึง ต่างก็ลืมสัญญานั้นสิ้น สถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงพบปัญจวัคคีย์เมื่อเสด็จมาถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวันนี้ ปัจจุบันอยู่ห่างจากสถานที่แสดงปฐมเทศนาไม่ไกลนักประมาณกิโลเมตรเศษ มีการสร้างพระสถูปเป็นเครื่องระลึกว่าที่นี่เป็นสถานที่ซึ่งพระพุทธองค์ทรงพบกับปัญจวัคคีย์ เรียกว่า เจาคันธีสถูป สันนิษฐานกันว่า สร้างราวๆ พุทธศักราช 1000 ช่วงราชวงศ์คุปตะ                       นำท่านชม พิพิธภัณฑ์เมืองสารนาถ มีพระพุทธรูปโบราณซึ่งน่าทึ่ง และงดงามตามแบบฉบับของคนอินเดีย อายุนับพันปีมากมายครับ แต่เสียดายที่ถูกห้ามนำกล้องมาถ่ายภาพภายใน ต้องใช้เทคนิคพิเศษ จึงมีรูปมาให้ชมกันไม่มาก พอดูเป็นสังเขป อย่างพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา (รูปพระพุทธองค์แรก) เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในสมัยคุปตะ อายุประมาณปี พ.ศ.800 - 1,200 ครับ ซึ่งยุคนั้นนับว่าเป็นยุคที่มีความเจริญสูงสุดของพุทธศิลป์ พระพุทธรูปองค์นี้ถูกค้นพบที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันครับ ถือกันว่าเป็นพุทธปฏิมาที่งดงามมาก แต่ก่อนที่อินเดียมีการประกวดพุทธปฏิมากัน หากส่งพระพุทธรูปองค์นี้เข้าประกวด จะได้รับการคัดเลือกว่าเป็นพุทธรูปที่งดงามที่สุดทุกครั้งไป จึงต้องขอให้งดการส่งเข้าประกวด เปิดโอกาสให้องค์อื่นบ้าง จึงนับว่าพระพุทธรูปองค์นี้ น่าจะเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามที่สุดในโลกองค์หนึ่งก็ว่าได้
เที่ยง               äบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หรือ ห้องอาหารในโรงแรม
                    สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางเดินทางสู่  สนามบินพาราณาสี
14.55 น.          ออกเดินทางบินลัดฟ้ากลับสู่ประเทศไทย โดยสายการบิน Indigo เที่ยวบินที่ 6E 97  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที (ไม่มีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
19.50 น.          เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
........................................................................................   
 
อัตราค่าบริการและเงื่อนไขการให้บริการ                                                                                                                                                                                                                               
อินเดีย-เนปาล เที่ยวฟิน อิ่มบุญ ครบสูตร 4 สังเวชนียสถาน 7 วัน 6 คืน – 6E  
กำหนดการเดินทาง ผู้ใหญ่พักห้องละ2-3ท่าน
ไม่รวมค่าวีซ่า
เด็กอายุไม่เกิน12ปีเสริมเตียง
ไม่รวมค่าวีซ่า
เด็กอายุไม่เกิน12ปีไม่เสริมเตียง
ไม่รวมค่าวีซ่า
ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน
ไม่รวมค่าวีซ่า
พักเดี่ยว
วันที่ 18-24 พ.ค. 2562 19,900.- 19,900.- 18,900.- 13,900.- 5,900.-
วันที่ 22-28 มิ.ย. 2562 19,900.- 19,900.- 18,900.- 13,900.- 5,900.-
วันที่ 13-19 ก.ค. 2562 21,900.- 21,900.- 20,900.- 15,900.- 5,900.-
วันที่ 27 ก.ค.-2 ส.ค. 2562 21,900.- 21,900.- 20,900.- 14,900.- 5,900.-
วันที่ 10-16 ส.ค. 2562 20,900.- 20,900.- 19,900.- 14,900.- 5,900.-
             











 
อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัดระบุวันเดินทางไป-กลับพร้อมคณะ
  • ภาษีน้ำมันและภาษีตั๋วทุกชนิด(สงวนสิทธิเก็บเพิ่มหากสายการบินปรับขึ้นก่อนวันเดินทาง)
  • ที่พักโรงแรมตามรายการ 6 คืน พักห้องละ 2-3 ท่าน (กรณีมาไม่ครบคู่และไม่ต้องการเพิ่มเงินพักห้องเดี่ยว)
  • อาหารตามรายการระบุ(สงวนสิทธิในการสลับมื้อหรือเปลี่ยนแปลงเมนูอาหารตามสถานการณ์)
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการระบุ
  • ค่าระวางน้ำหนักกระเป๋าไม่เกิน 20 กก.
  • ค่ารถรับ-ส่งสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการระบุ
  • ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญเส้นทางดูแลตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันชีวิตกรณีอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทาง คุ้มครองในวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลกรณีอุบัติเหตุในวงเงินไม่เกิน ท่านละ 200,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
 
อัตราค่าบริการไม่รวม
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าทำหนังสือเดินทางไทย,ค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติค่าทำใบอนุญาตกลับเข้าประเทศของคนต่างชาติ(Re-Entry) หรือ คนต่างด้าว (เป็นหน้าที่ของผู้เดินทางในการจัดทำเอง)
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าเครื่องดื่มและค่าอาหารที่สั่งเพิ่มเอง, ค่าโทรศัพท์, ค่าอาหารและเครื่องดื่มสั่งพิเศษนอกรายการ ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์ทางไกล, ค่าอินเตอร์เน็ต ฯลฯ
  • ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน,อุบัติภัยทางธรรมชาติ,การประท้วง,การจลาจล,การนัดหยุดงาน,การถูกปฏิเสธไม่ให้ออกและเข้าเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งที่เมืองไทยและต่างประเทศซึ่งอยู่นอกเหนือความควบคุมของบริษัทฯ
  • ค่าปรับ สำหรับน้ำหนักกระเป๋าเดินทางที่เกินจากที่ทางสายการบินกำหนดไว้ 20 กก.
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าอินเดียแบบ E-Visaและค่าวีซ่าเนปาลค่าท่านละ 3,900 บาท (ชำระพร้อมค่ามัดจำทัวร์)
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น,คนขับรถ 1,800 บาท/ทริป/ลูกทัวร์ 1 ท่าน (ชำระที่สนามบินในวันเดินทาง)
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ตามสินน้ำใจของทุกท่าน (ไม่รวมในทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถแต่ไม่บังคับทิป)
 
 
เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง
1.กรุณาทำการจองก่อนการเดินทาง อย่างน้อย 45 วันทำการหรือก่อนหน้านั้น โดยส่งแฟกซ์หรืออีเมลล์รายชื่อและหน้าหนังสือเดินทางเพื่อยันการจองที่นั่ง พร้อมชำระมัดจำท่านละ 10,000 บาท
2.ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ บริษัทฯ จะขอเก็บค่าทัวร์ทั้งหมด 30 วันก่อนการเดินทาง มิเช่นนั้นบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางของท่าน และการคืนเงินทั้งหมดหรือบางส่วนตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
3.เมื่อท่านตกลงชำระเงินค่าบริการไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯจะถือว่าท่านได้ยอมรับในเงื่อนไขการให้บริการที่ได้ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ทั้งหมดนี้แล้ว
4.ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการยื่นขอวีซ่าประเทศอินเดียแบบ E-Visa ให้กับผู้ร่วมเดินทางเท่านั้น ยกเว้นแต่ผู้ร่วมเดินทางมี  วีซ่าปี
 
เงื่อนไขการยกเลิก
1.ยกเลิกการเดินทางก่อนการเดินทาง 30 วัน บริษัทฯจะคืนเงินค่ามัดจำให้ทั้งหมด โดยจะหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่นค่าธรรมเนียมวีซ่า ยกเว้นในกรณีวันหยุดเทศกาล,วันหยุดนักขัตฤกษ์ ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินมัดจำโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น
2.ยกเลิกการเดินทาง 15 วัน ก่อนการเดินทาง หักค่ามัดจำทัวร์ 50%
3.ยกเลิกก่อนการเดินทาง 7-14 วันเก็บค่าใช้จ่าย 100% ของราคาทัวร์ ต่อท่าน
4.สำหรับผู้โดยสารที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางไทย และทางบริษัทฯเป็นผู้ยื่นวีซ่าให้ เมื่อผลวีซ่าผ่านแล้วมีการยกเลิกการเดินทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด
 
เงื่อนไขการให้บริการ
1.โปรแกรมทัวร์นี้จะสามารถออกเดินทางได้ต้องมีจำนวนผู้เดินทางขั้นต่ำ 25 ท่านรวมในคณะตามที่กำหนดไว้เท่านั้น หากมีจำนวนผู้เดินทางรวมแล้วน้อยกว่าที่กำหนดไว้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนกำหนดการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทาง 15-19 ท่าน ต้องเพิ่มเงินท่านละ 2,000 บาท, กรณีที่มีผู้เดินทาง 20-24 ท่านต้องเพิ่มเงินท่านละ 1,000 บาท
2.ในกรณีที่ท่านไม่ได้รับผลการอนุมัติวีซ่าเข้าประเทศอินเดีย แบบ E-Visa ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่าธรรมเนียมวีซ่า E-Visa และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่าเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการขอวีซ่าใหม่โดยตรงกับทางศูนย์รับยื่นวีซ่าอินเดีย ประจำประเทศไทย
3.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาและเงื่อนไขต่างๆ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทฯ เท่านั้น อีกทั้งข้อสรุปและข้อตัดสินใดๆ ของบริษัทฯ ให้ถือเป็นข้อยุติสิ้นสุดสมบูรณ์
4.บริษัทฯ และตัวแทนของบริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์ตามความเหมาะสม ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ข้อจำกัดด้านภูมิอากาศ และเวลา ณ วันที่เดินทางจริง ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะยึดถือและคำนึงถึงความปลอดภัย รวมถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้าส่วนมากเป็นสำคัญ
5.รายการทัวร์นี้เป็นการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะ (Join Tour) จัดทำและดำเนินการโดยบริษัทคู่ค้า (Partner)
6.อัตราค่าบริการคิดคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน และราคาตั๋วเครื่องบินในปัจจุบัน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนราคาค่าบริการในกรณีที่มีการขึ้นราคาค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าประกันภัยสายการบิน ค่าธรรมเนียมน้ำมัน หรือมีการประกาศลดค่าเงินบาท หรืออัตราแลกเปลี่ยนได้ปรับขึ้นในช่วงใกล้วันที่คณะจะเดินทาง
7.ในระหว่างการท่องเที่ยวนี้ หากท่านไม่ใช้บริการใดๆ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ถือว่าท่านสละสิทธิ์ไม่สามารถเรียกร้องขอคืนค่าบริการได้
8.หากท่านไม่เดินทางกลับพร้อมคณะทัวร์ ตั๋วเครื่องบินขากลับซึ่งยังไม่ได้ใช้ ไม่สามารถนำมาขอคืนเงินได้
9.ค่าบริการที่ท่านชำระกับทางบริษัทฯ เป็นการชำระแบบเหมาขาด และทางบริษัทฯ ได้ชำระให้กับบริษัทฯ ตัวแทนแต่ละแห่งแบบเหมาขาดเช่นกัน ดังนั้นหากท่านมีเหตุอันใดที่ทำให้ท่านไม่ได้ท่องเที่ยวพร้อมคณะตามรายการที่ระบุไว้ ท่านจะขอคืนค่าบริการไม่ได้
10.กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจากสายการบิน บริษัทขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯ จะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่นทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้สำหรับค่าบริการนั้นๆ
11.มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัทฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทฯ กำกับเท่านั้น
12.บริษัทฯ รับเฉพาะผู้มีวัตถุประสงค์เดินทางเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น การเดินทางของผู้เดินทางด้วยวัตถุประสงค์แอบแฝงอื่น ๆ เช่น การไปค้าแรงงาน การค้าประเวณี การค้ามนุษย์ การขนส่งสินค้าหนีภาษี การขนยาเสพติด การโจรกรรม การขนอาวุธสงคราม การก่อการร้าย และ อื่น ๆ ที่เข้าข่ายผิดกฏหมาย ผิดศีลธรรมอันดี บริษัทฯ มิได้มีส่วนรู้เห็น เกี่ยวข้อง หรือ มีส่วนต้องรับผิดชอบใด ๆ กับการกระทำดังกล่าวทั้งสิ้น
13.หากผู้เดินทางถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้นๆ ปฏิเสธการเข้า - ออกเมือง ด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ถือเป็นเหตุผลซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจ และความรับผิดชอบของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบการคืนเงินทั้งหมด
14.ผู้เดินทางต้องใช้วิจารณญาณส่วนตัวและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจในการเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ ในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวท่านเอง บริษัทฯ จะไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากเกิดความไม่พึงพอใจในสินค้าที่ผู้เดินทางได้ซื้อระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวนี้
15.ผู้เดินทางต้องรับผิดชอบต่อการจัดเก็บ และ ดูแลทรัพย์สินส่วนตัว ของมีค่าต่าง ๆ อย่างระมัดระวัง บริษัทฯ จะไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากเกิดการสูญหายของ ทรัพย์สินส่วนตัว ของมีค่าต่าง ๆ ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว
16.บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการสูญหายของทรัพย์สิน และ สัมภาระระหว่างการเดินทางอันมีสาเหตุมาจากสนามบิน สายการบิน บริษัทขนส่ง โรงแรม หรือ การโจรกรรม แต่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการเรียกร้องค่าชดใช้ให้กับผู้เดินทาง
17.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากการยกเลิกหรือความล่าช้าของสายการบิน ภัยธรรมชาติ การนัดหยุดงาน การจลาจล การปฏิวัติ รัฐประหาร ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ
18.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบใด ๆ ต่อการไม่เป็นไปตามความคาดหวัง และความไม่พึงพอใจของผู้เดินทาง ที่เกี่ยวข้องกับ สภาพธรรมชาติ ภูมิอากาศ ฤดูกาล ทัศนียภาพ วัฒนธรรม วิถีและพฤติกรรมของประชาชนในประเทศที่เดินทางไป
19.ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากผู้เดินทางประสบเหตุสภาวะฉุกเฉินจากโรคประจำตัว ซึ่งไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุในรายการท่องเที่ยว(ซึ่งลูกค้าจะต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัททัวร์)
20.กรณีใช้หนังสือเดินทางราชการ(เล่มน้ำเงิน) เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวกับคณะทัวร์ หากท่านถูกปฏิเสธในการเข้า-ออกประเทศใดๆก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าทัวร์และรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
21.กรณีที่ท่านต้องออกตั๋วภายในประเทศ เช่น (ตั๋วเครื่องบิน,ตั๋วรถทัวร์,ตั๋วรถไฟ) กรุณาสอบถามที่เจ้าหน้าที่ทุกครั้งก่อนทำการออกตั๋ว เนื่องจากสายการบินอาจมีการปรับเปลี่ยนไฟล์ทบิน หรือ เวลาบิน โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆในกรณีถ้าท่านออกตั๋วภายในโดยไม่แจ้งให้ทราบและหากไฟล์ทบินมีการปรับเปลี่ยนเวลาบินเพราะถือว่าท่านยอมรับในเงื่อนไขดังกล่าวแล้ว
22. หนังสือเดินทางต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน และบริษัทฯรับเฉพาะผู้มีจุดประสงค์เดินทางเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น (หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน บริษัทฯไม่รับผิดชอบหากอายุเหลือไม่ถึงและไม่สามารถเดินทางได้
 
เอกสารที่ต้องเตรียมประกอบการยื่นวีซ่าอินเดีย(E-Visa)
 
1.แบบฟอร์ม แบบฟอร์มกรอกข้อมูลเพื่อประกอบการดำเนินการขอวีซ่า โดยต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
2.ไฟล์แสกนหนังสือเดินทาง (Passport) ไฟล์สกุล pdf
3.สแกนรูปถ่ายสี ด้านหลัง เป็นสีขาว ไม่มีกรอบ ขนาด 2 x 2นิ้ว 2 รูป

 

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป
Engine by MAKEWEBEASY